Saturday, September 30, 2017

Monday, September 25, 2017

กันก็มีให้เห็นเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อผลประโยชน์ ทรัพย์สิน เงินทอง การงานตลอดจนโอกาศงามต่างๆที่จะตามมา โดยไม่คำนึงถึงคำปฏิญานของบรรดานักกีฬาที่ว่าจะเล่นเพื่อความรัก สามัคคี และมิตรไมตรีต่อกัน ดังข้อความในเนื้อเพลง กราวกีฬาโดย ท่านเจ้าพระยา สุรศักดิ์ มนตรี (เจิม แสงชูโต) ที่ว่า กีฬา ๆ เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำตนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะล้าล้า ร่างกายกำยำล้ำเลิศ กล้ามเนื้อก่อเกิดทุกแห่งหน แข็งแรงทรหดอดทน ไม่รู้รังเกียจเดียดฉันท์ สู้กันซึ่งหน้าอย่าลับหลัง มัวส่วนตัวเผื่อเหลือกำลัง เกลียดชังการเล่นเห็นแก่ตัว ใจคอมั่นคงทรงศักดิ์ รู้จักทีหนีทีไล่ รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยไวใจได้ทั่วทั้งรักชัง รู้สึกว่าปัจจุบันเราไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อเพลงนี้สักเท่าไหร่ ไม่ทราบว่าประเทศอื่นเขามีเพลงที่มีเนื้อร้องที่มีคติและเตือนสตินักกีฬาที่ดีอย่างนี้หรือเปล่านะ ถ้ามาเรียงลำดับความสำคัญของวัตถุประสงค์ของการเล่นกีฬาก็น่าจะเป็นดังนี้ สนุกสนานจะสนุกได้ก็ต้องมีความ สามัคคี ความยุติธรรม มิตรภาพ มี สุขภาพดี และแข็งแรง ส่วนผลการแพ้หรือชนะน่าจะเป็นท้ายสุด แต่ขณะนี้เรามากลับหัวกลับหาง โดยเอาผลการแพ้ ชนะเป็นสำคัญสุด เลย อาจต้องสละ ความยุติธรรม มิตรภาพ ความสามัคคีไป แล้วมันจะสนุกตรงไหนล่ะ และในโอกาศที่ได้รับเกียรติ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เราก็ควรที่จะมีเป้าประสงค์โดยจัดอันดับของความสำคัญในการแข่งขันให้เป็นไปตามที่กล่างมาข้างต้น และถือเป็นโอกาศที่ดีนี้อวด แสดงสิ่งที่ดี งามของประเทศเรา ศิลปะวัฒนธรรม ขนบ ธรรมเนียม ประเภณี กิริยา มารญาตที่ดีงามของเราตลอดจนผลิตภัณฑ์ของคนไทยเราให้ประทับใจผู้มาเยือนให้ได้ ส่วนการแข่งขัน เราก้ตั้งใจ พยายามเต็มที่เพื่อให้ได้ชัยชนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ถือว่าเพื่อมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูงก็แล้วกัน ผมเชื่อว่าหากทำอย่างนี้แล้วสิ่งที่ดีงาม ประโยชน์สุขความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และประชาชนจะตามมาแน่นอนเลยละครับ

เล่นกีฬา เพื่ออะไร เราเล่นกันเพื่อสนุก ส่งเสริมมิตรภาพ และเพื่อสุขภาพมิใช่หรือ มีกีฬาหลายประภทที่เล่นแล้วอาจเสียสุขภาพ บาดเจ็บจนถึงกับเสียชีวิตก็มี เช่นกีฬาที่มีการปะทะกันทางร่างกาย เช่น การชกมวย และกีฬาที่ใช้พละกำลังเกินไป เช่น การวิ่ง หรือว่ายน้ำระยะไกลๆ กีฬายกน้ำหนักโดยฉเพาะนักกีฬาหญิงเป็นต้น กีฬาอาชีพ ก็คือเขาไม่เล่นกันแล้ว เอากันจริงจัง เข่นกัน แทบจะเข่นฆ่ากันก็มีให้เห็นเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อผลประโยชน์ ทรัพย์สิน เงินทอง การงานตลอดจนโอกาศงามต่างๆที่จะตามมา โดยไม่คำนึงถึงคำปฏิญานของบรรดานักกีฬาที่ว่าจะเล่นเพื่อความรัก สามัคคี และมิตรไมตรีต่อกัน ดังข้อความในเนื้อเพลง กราวกีฬาโดย ท่านเจ้าพระยา สุรศักดิ์ มนตรี (เจิม แสงชูโต) ที่ว่า กีฬา ๆ เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำตนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะล้าล้า ร่างกายกำยำล้ำเลิศ กล้ามเนื้อก่อเกิดทุกแห่งหน แข็งแรงทรหดอดทน ไม่รู้รังเกียจเดียดฉันท์ สู้กันซึ่งหน้าอย่าลับหลัง มัวส่วนตัวเผื่อเหลือกำลัง เกลียดชังการเล่นเห็นแก่ตัว ใจคอมั่นคงทรงศักดิ์ รู้จักทีหนีทีไล่ รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยไวใจได้ทั่วทั้งรักชัง รู้สึกว่าปัจจุบันเราไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อเพลงนี้สักเท่าไหร่ ไม่ทราบว่าประเทศอื่นเขามีเพลงที่มีเนื้อร้องที่มีคติและเตือนสตินักกีฬาที่ดีอย่างนี้หรือเปล่านะ ถ้ามาเรียงลำดับความสำคัญของวัตถุประสงค์ของการเล่นกีฬาก็น่าจะเป็นดังนี้ สนุกสนานจะสนุกได้ก็ต้องมีความ สามัคคี ความยุติธรรม มิตรภาพ มี สุขภาพดี และแข็งแรง ส่วนผลการแพ้หรือชนะน่าจะเป็นท้ายสุด แต่ขณะนี้เรามากลับหัวกลับหาง โดยเอาผลการแพ้ ชนะเป็นสำคัญสุด เลย อาจต้องสละ ความยุติธรรม มิตรภาพ ความสามัคคีไป แล้วมันจะสนุกตรงไหนล่ะ และในโอกาศที่ได้รับเกียรติ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เราก็ควรที่จะมีเป้าประสงค์โดยจัดอันดับของความสำคัญในการแข่งขันให้เป็นไปตามที่กล่างมาข้างต้น และถือเป็นโอกาศที่ดีนี้อวด แสดงสิ่งที่ดี งามของประเทศเรา ศิลปะวัฒนธรรม ขนบ ธรรมเนียม ประเภณี กิริยา มารญาตที่ดีงามของเราตลอดจนผลิตภัณฑ์ของคนไทยเราให้ประทับใจผู้มาเยือนให้ได้ ส่วนการแข่งขัน เราก้ตั้งใจ พยายามเต็มที่เพื่อให้ได้ชัยชนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ถือว่าเพื่อมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูงก็แล้วกัน ผมเชื่อว่าหากทำอย่างนี้แล้วสิ่งที่ดีงาม ประโยชน์สุขความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และประชาชนจะตามมาแน่นอนเลยละครับ
แพทย์ไทยทุกคนจากทุกสถาบัน ได้ถวายสัตย์ปฏิญานของฮิโปเครติส (Hippocratic Oath) ว่า “ข้าขอสาบานต่ออะพอลโล เทพแห่งแพทย์ ‘เอสคิวเลเพียส, ไฮจีเอีย, แพนาซีอา และทวยเทพทั้งมวล ได้โปรดเป็นพยานว่าข้าจะปฏิบัติงานด้วยพลังความสามารถและดุลพินิจทั้งมวลที่มีให้สมดั่งสัตย์สาบานและสัญญาต่อทวยเทพ ต่อหน้าพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ในวันรับพระราชทานปริญญา ว่า ข้าจะ
เทิดทูนบูชาผู้สอนสั่งข้าเทียบบิดรมารดา ชีวิตนี้พลีเป็นหุ้นส่วนกับท่านนั้น หากท่านขาดแคลนเงินทอง ข้าพร้อมจะแบ่งปันส่วนที่มี และถือว่าทายาทของท่านดุจพี่น้องร่วมสายธารโลหิตฝ่ายบุรุษ พร้อมจะสอนสั่งสรรพความรู้หากเขาประสงค์จะได้รับ โดยไม่คิดค่าจ้าง ขอให้สัตย์ต่อทวยเทพ ข้าจะแบ่งปันความรอบรู้ พร่ำสอนสั่งชี้แนะวิถีปฏิบัติและความรู้อื่นที่ข้ามีด้วยวาจา เฉพาะต่อบุตรของข้าและบุตรของผู้สอนสั่งและทุกผู้ทุกคนผู้ที่ให้สัตย์สาบานนี้และให้สัญญาต่อทวยเทพ มิใช่ผู้อื่นนอกจากนี้
ข้าจะให้การดูแลเชิงโภชนาการต่อผู้ป่วยด้วยพลังความสามารถและดุลพินิจทั้งมวลที่มี ข้าจะดูแลผู้ป่วยให้รอดพ้นภยันอันตรายและความอยุติธรรม
ข้าจะไม่ให้ยาคร่าชีวิตผู้ใด แม้เขาจะร้องขอ และจะไม่ให้คำแนะนำในทำนองนั้น ในทำนองเดียวกัน ข้าจะไม่ให้ยาขับครรภ์ต่อสตรี
ข้าจักครองชีวิตและศิลปวิทยาในทำนองบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์
ข้าจักไม่ใช้มีด แม้ต่อผู้เจ็บปวดทรมานจากก้อนหิน แต่จะใช้มีดเพื่อดึงหินจากผู้เจ็บปวดนั้น
บ้านหลังใดที่ข้าไปเยี่ยมเยียน จะทำเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยไข้โดยไม่มีเจตนาจงใจใรความอยุติธรรม ไร้ความประสงค์ร้ายโดยเฉพาะในแง่ความสัมพันธ์ทางเพศ ต่อบุรุษหรือสตรี ไม่ว่าผู้ป่วยนั้นจะเป็นเสรีชนหรือทาส
สิ่งใดที่ข้าได้พบเห็นเรื่องราวใดที่ข้าได้ยินในระหว่างการบำบัดรักษาหรือไม่เกี่ยวเนื่องกับการรักษา เรื่องราวของชีวิตมนุษย์ที่ไม่สมควรจะแพร่กระจาย ข้าจะเก็บไว้ในใจตน เก็บซ่อนไว้ประหนึ่งเรื่องน่าอายที่ไม่บังควรกล่าวออกมา
หากข้าปฏิบัติตามสัตย์สาบาน มิได้ละเมิดฝ่าฝืน ขอให้ประสบแต่ชีวิตและศิลปะดีงาม ได้รับเกียรติการยกย่องในหมู่เพื่อนมนุษย์ตราบสิ้นอายุขัย แต่ถ้าข้าตระบัดสัตย์ หรือให้คำสาบานเป็นเท็จ ผลในทางตรงกันข้ามจักเกิดต่อชีวิตข้า ซึ่งแพทย์ยึดและปฏิบัติมาโดยตลอดชีวิตของการเป็นแพทย์ จึงมิได้ร่ำรวยเช่นแพทย์ของประเทศที่เขาถือว่าการแพทย์เป็นธุรกิจคิดค่ารักษาแพงกว่าของเรามากมายหลายเท่าตัวจึงเกิดมีธุรกิจฟ้องร้องเรียกเงินจากแพทย์บ่อยมากในกรณีย์ที่เห็นช่องทางที่จะทำได้ หากปล่อยให้เกิดมีการฟ้องร้องจากแพทย์และสถาบันการแพทย์เช่นเดียวกับประเทศที่มีประชาชนร่ำรวย นอกจากแพทย์จะไม่มีเงินจ่ายแล้วเพราะไม่ได้ทำประกันในกรณีย์นี้ไว้จะทำให้แพทย์กลัว ผิดพลาด ไม่กล้าที่จะใช้ความรู้ความสามารถได้เต็มที่ผลเสียจึงเกิดแก่ผู้ป่วยโดยมิต้องสงสัย การประกอบอาชีพแพทย์มิอาจรวย้่็่ีเทียบกับนักธุรกิจได้เพราะต้องใช้หยาดเหงื่อแรงงานจากตนเองเท่านั้น ไม่สามารถให้ผู้อื่นทำแทนได้ ในหลายประเทศ แพทย์ยังต้องอยู่ในสังกัดกรมแรงงานด้วย แพทย์ที่รวยๆก็มี ให้เห็นบ้าง จากที่รวยอยู่ก่อนแล้ว หรือจากการทำธุรกิจ แพทย์ทำงานหนัก โอกาศใช้เงินจึงมีไม่มาก ทั้งยังได้ข้าวของสารพัดอย่างจากคนไข้อยู่เสมอมากบ้างน้อยบ้างจากน้ำใจ ทำให้ชื่นชม ยินดีเสียกว่าได้เงินทองเสียอีก ความสัมพันธ์ที่ดีๆระหว่างหมอกับคนไข้แทบไม่มีเลยในประเทศที่การรักษาพยาบาลเป็นธุรกิจ ท่านผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โปรดคิดให้ดีๆว่าประเทศของเรา ประชาชนคนไทยพร้อมที่จะให้การแพทย์เป็นธุรกิจหรือ ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยแทบจะไม่มีประชาชนต้องใช้เงินมากเพื่อซื้อบริการและแพทย์ก็จะมีรายได้มากขึ้น
Edit
ดิลก เปรมัษเฐียร commented on Sophaphan Puenpatom's post.
นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภาชี้คดีฟ้องหมอพุ่ง หวั่นอนาคตระบบสาธารณสุขไทยกำลังจะเจ
ดิลก เปรมัษเฐียร การสักผิวหนังปัจจุบันเป็นที่นิยมแพร่หลายมากจริงๆ บ้างก็ดูสวยดี ตาม ความชอบ รสนิยม และ วัติถุประสงค์ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่ามีผลเสียอย่างมาก ในระยะยาว แรกก็คืออาการคัน มาก น้อยตลอดชีวิต ตามชนิดสารเคมีของสีที่ใช้สัก มีโอกาศเกิดมะเร็งผิวหนังสูงกว่าปกติหลายเท่า ในระยะหลายปีต่อมา หากต้องการลบออก เรื่องใหญ่แน่ จะเจ็บตัว และเสียเงินมากกว่าตอนสักมากนัก และยังเกิดแผลเป็นน่าเกลียดตามมาแม้จะใช้แสงเลเซอร์ชนิดพิเศษก็ตาม ขอท่านไตร่ตรองให้ดีๆก่อนจะสัก แค่ติดสติกเกอร์ไม่พอหรือ

Thursday, May 16, 2013

หนังสือรุ่น ต.อ. ๑๕ หกสิบปี หลังจากที่ล่าช้าพอสมควร จากเหตุการณ์น้ำท่วมบ้าน คุณ  สัมพันธ์
อมาตยกุล สถาปนิกเก่งของรุ่นเรา ผู้ที่ทำหนังสือ ออกมา ดีมากเหลือเกิน หนังสือ นั้น ใครก็ทำได้ โรงพิมพ์เขามีทุกๆอย่างที่เราต้องการ แต่เขาไม่มีคุณสัมพันธ์ ๆ ที่ นอกจากจะมีประสบการณ์ การทำหนังสือแล้ว ยังรู้จัก รู้ใจเพื่อนๆ ส่งเสริม สนับสนุน เชิดชู เกียรติ์ กิจกรรมที่ดีเด่น ดีงาม ชื่อเสียงของเพื่อนๆให้ปรากฎ นับว่าเราโชคดีจริงๆ คุณสัมพันธ์ๆ เกิดมาพร้อมกับโรงเรียนของเรา รักโรงเรียน มาก เรียนต่อณ สถานที่ๆติดกับโรงเรียน ทั้งยังสมรสกับนักเรียนเตรียมๆรุ่นน้อง ร่วมสถาบันอีกด้วย
 ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการทำหนังสือทั้งเงิน อุปกรณ์ และอื่นๆ เราได้จัดส่งไปให้ทุกๆคนตามที่อยู่ หากท่านใดยังไม่ได้รับขอให้ติดต่อมาเราจะส่งไปทันทีไม่ว่าจะไกลสักเพียงใด
 

การประชุมสังสรรของรุ่นกลางปีนี้
  กำหนดเป็นวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ โรงแรมมณเฑียร ห้องพิมาณทิพย์ เวลา ตั้งแต่ ๑๐๐๐ ถึง ๑๕๐๐น กรุณาช่วยบอกต่อๆกันไปด้วยนะครับ ท่านที่ยังไม่ได้รับหนังสือ หรือ จะนำไปฝากเพื่อน ให้มารับได้ที่งานนะครับ  นอกจากจะมีเพื่อนๆ ที่ดี ดนตรีเพราะๆอาหารอร่อย แล้ว
      จะมีการเลือกประธานรุ่นคนใหม่เนื่องจากครบวาระ  ขอเพื่อนๆได้บอกต่อๆกันให้ไปกันมากๆนะครับ
                 แต่งตัวให้สวยๆ หล่อๆ   แล้วเจอกันที่งาน  
                                                                   ขอให้โชคดี มีสุข  
                                                                                    ดิลก
                                                 

Friday, November 16, 2012


สวัสดีเพื่อนๆ และท่านผู้มีเกียรต์
เจอะกันทีไร เรามีความสุขกันทุกที และจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ผมมีข่าวดี สำหรับเพื่อนทุกๆคน หนังสือรุ่น ต.อ.๑๕ ครบ๖๐ปี เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเริ่มแจกในวันนี้ ขอโทษที่ล่าช้าไป เนื่องจากบ้านคุณสัมพันธ์อมาตยกุลคนทำหนังสือ ที่บางพลัด น้ำท่วมหนัก แต่ก็ เสร็จในที่สุด แถมดีมากเสียด้วย เพราะคุณสัมพันธ์และคุณพรทิพย์ ภรรยา สถาปนิกและศิลปินเก่งทั้งคู่ ได้ท่มเท ช่วยกันทำเต็มที่ ต่อเนื่องยาวนาน ถึงสองปีกว่าหนังสือจึงออกมาดีดั่งหวังไว้แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว ทั้งยังมีคุณแสงวงโกมารกุล ณ.นคร เหรัญญิก ของรุ่น ช่วยตรวจทาน แนะนำมาโดยตลอด
โดยเฉพาะ คุณ พินิจ ถัดทะพงษ์ อักษรศาสตร์จุฬา อดีตหัวหน้าภาควิชาภาษาไทย โรงเรียนเตรียมฯ ที่ได้ประพันธ์กลอนถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ไพเราะเป็นอย่างยิ่ง จึงขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมาก
ขอบคุณ บรรดาเพื่อนๆ ร่วมๆหนึ่งร้อยคนที่ได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการทำหนังสือมากเสียกว่าราคาต้นทุนหนังสือแต่ละเล่ม(เกือบๆ แปดร้อยบาท) เพื่อพิมพ์ จำนวน หกร้อยเล่ม สำหรับแจกให้ครบทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่ อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ๖๖คนอยู่ต่างจังหวัด ทั่วทุกๆภาคของประเทศ เชียงใหม่มากที่สุดมีถึง ๑๒คน อยู่ อเมริกา ๑๖คน คานาดา ๑คน อังกฤษ ๑คน ซึ่งเราจะต้องแจกไปให้ทั่วถึงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากที่อยู่ทางไปรษณีย์ของเพื่อนหลายคนได้เปลี่ยนไป จึงไคร่ขอร้องเพื่อน ให้ช่วยกันช่วยส่งต่อ ให้บ้างก็จะขอบคุณ โดยที่ บางคนบ้านใกล้กัน มีโอกาศพบปะสังสรรกันบ้าง  แล้วแต่จะสดวก นะครับ โดยเซ็นรับไปกี่เล่มก็ได้ ที่โต๊ะลงทะเบียน ก่อนกลับ อย่าลืมนะครับ
ผมขออณุญาตชี้แจงค่าใช้จ่ายในการทำหนังสือหน่อยครับ
ค่าใช้จ่ายรวมเบ็ดเสร็จ ในการทำหนังสือ เป็นเวลา สองปีกว่า   169,345 บาท
ค่าพิมพ์หนังสือ                                                                265,000 บาท
รวมทั้งสิ้น                                                                      434,345 บาทต้นทุนเฉลี่ยประมานเล่มละ (600 เล่ม)               7 ร้อยกว่าบาท

วันนี้ก็เช่นเคย อาหารดี ดนตรีเพราะ สนุกกันทุกคนนะครับ
                 ขอบคุณครับ